อัปเดตไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ใน Windows 11 และ 10: 4 วิธี

หากต้องการอัปเดตไดรเวอร์เครื่องพิมพ์อย่างปลอดภัย ให้เริ่มจาก Windows Update ซึ่งเป็นช่องทางที่ Microsoft แนะนำ หากระบบไม่พบไดรเวอร์ใหม่ ให้ดาวน์โหลดแพ็กเกจสำหรับรุ่นที่ตรงกันจากเว็บไซต์ทางการของผู้ผลิต จากนั้นจึงใช้ Device Manager หรือ Fionn Printer Driver เป็นตัวช่วยตามความเหมาะสม บทความนี้มี 4 วิธี เรียงจากวิธีในระบบที่มีความเสี่ยงต่ำไปยังทางเลือกเสริม หลังทำแต่ละวิธีควรพิมพ์หน้าทดสอบ เพราะข้อความว่าติดตั้งสำเร็จเพียงอย่างเดียวยังยืนยันไม่ได้ว่าเครื่องพิมพ์ทำงานจริง

สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนอัปเดต

ตรวจสอบชื่อรุ่นเครื่องพิมพ์ รุ่นของ Windows และชนิดระบบให้ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงแพ็กเกจที่ไม่เข้ากัน ชื่อรุ่นมักอยู่บนตัวเครื่องหรือฉลากจากโรงงาน ส่วนข้อมูล Windows ดูได้ที่:

การตั้งค่า → ระบบ → เกี่ยวกับ

  • เชื่อมต่อเครื่องพิมพ์ผ่านสาย USB หรือเครือข่ายเดียวกับคอมพิวเตอร์
  • บันทึกเอกสารที่ยังทำไม่เสร็จ และจัดการงานสำคัญในคิวพิมพ์ก่อนเริ่ม
  • จดเวอร์ชันไดรเวอร์ปัจจุบันจาก Device Manager → เครื่องพิมพ์ → คุณสมบัติ → ไดรเวอร์
  • ใช้บัญชีที่ได้รับสิทธิ์ติดตั้งไดรเวอร์

เลือกวิธีอัปเดตไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ให้ตรงกับอาการ

สถานการณ์วิธีที่เหมาะสมข้อจำกัด
เครื่องพิมพ์ทำงานอยู่และต้องการอัปเดตตามปกติWindows Updateไดรเวอร์ใหม่อาจอยู่ในรายการอัปเดตเพิ่มเติม
Windows ไม่พบไดรเวอร์ หรือต้องการคุณสมบัติเฉพาะรุ่นเว็บไซต์ทางการของผู้ผลิตต้องทราบรุ่น Windows และสถาปัตยกรรมระบบอย่างถูกต้อง
ดาวน์โหลดแพ็กเกจไว้แล้ว หรืออุปกรณ์แสดงเครื่องหมายเตือนDevice Managerการค้นหาอัตโนมัติอาจไม่พบเวอร์ชันใหม่กว่า
ไม่ทราบรุ่น หรือต้องการตรวจสอบไดรเวอร์และระบบการพิมพ์Fionn Printer Driverเป็นเครื่องมือภายนอกแบบเลือกใช้ ไม่ใช่สิ่งทดแทนช่องทางทางการ

วิธีที่ 1: อัปเดตไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ผ่าน Windows Update

ควรใช้เมื่อใด

ใช้วิธีนี้ก่อนเมื่อ Windows ตรวจพบเครื่องพิมพ์ และไม่ได้เกิดปัญหาความเข้ากันได้อย่างชัดเจนหลังการอัปเดตครั้งก่อน Microsoft ระบุว่า Windows Update เป็นวิธีที่แนะนำสำหรับติดตั้งและอัปเดตไดรเวอร์เครื่องพิมพ์

  1. เปิด การตั้งค่า → Windows Update
  2. เลือก ตรวจหาการอัปเดต แล้วรอให้การค้นหาเสร็จสิ้น
  3. ใน Windows 11 เปิด ตัวเลือกขั้นสูง → การอัปเดตเพิ่มเติม
  4. ขยายรายการอัปเดตไดรเวอร์ แล้วเลือกรายการที่ตรงกับเครื่องพิมพ์
  5. เริ่มดาวน์โหลดและติดตั้ง จากนั้นเริ่มระบบใหม่เมื่อ Windows ร้องขอ

ใน Windows 10 รายการดังกล่าวอาจอยู่ที่ การอัปเดตและความปลอดภัย → Windows Update → ดูการอัปเดตเพิ่มเติม วิธีติดตั้งที่ Microsoft รองรับอธิบายไว้ใน คำแนะนำทางการของ Microsoft เกี่ยวกับไดรเวอร์เครื่องพิมพ์

หน้าการตั้งค่า Windows 11 สำหรับติดตั้งไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ล่าสุด

วิธีตรวจสอบผล

เปิดคุณสมบัติเครื่องพิมพ์แล้วพิมพ์หน้าทดสอบ จากนั้นเปรียบเทียบวันที่และเวอร์ชันในแท็บ ไดรเวอร์ กับข้อมูลที่จดไว้ หากไม่พบการอัปเดต ไม่ได้แปลว่าเกิดข้อผิดพลาดเสมอไป เพราะ Windows Update อาจพิจารณาว่าไดรเวอร์เดิมเหมาะสมที่สุดแล้ว

หากไม่พบไดรเวอร์ หรือคุณสมบัติการพิมพ์ที่ต้องการยังหายไป ให้ใช้แพ็กเกจจากผู้ผลิตในวิธีถัดไป

วิธีที่ 2: ติดตั้งไดรเวอร์จากเว็บไซต์ทางการของผู้ผลิต

ควรใช้เมื่อใด

วิธีนี้เหมาะเมื่อ Windows Update ไม่พบอุปกรณ์ ติดตั้งเพียงไดรเวอร์ทั่วไปที่ขาดคุณสมบัติบางอย่าง หรือผู้ผลิตออกการแก้ไขสำหรับรุ่นเฉพาะ ควรดาวน์โหลดจากส่วนสนับสนุนอย่างเป็นทางการของผู้ผลิตเท่านั้น

  1. อ่านชื่อรุ่นที่แน่นอนจากตัวเครื่องหรือเอกสารประกอบ
  2. ตรวจสอบรุ่นและชนิดระบบที่ การตั้งค่า → ระบบ → เกี่ยวกับ
  3. เปิดเว็บไซต์ทางการของผู้ผลิต แล้วไปยังส่วนสนับสนุนหรือดาวน์โหลดไดรเวอร์
  4. เลือกรุ่นเครื่องพิมพ์ Windows 11 หรือ Windows 10 และสถาปัตยกรรมที่ตรงกัน
  5. ดาวน์โหลดแพ็กเกจล่าสุดที่รองรับ และตรวจสอบว่าโดเมนเป็นของผู้ผลิตจริง
    หน้าดาวน์โหลดไดรเวอร์จากเว็บไซต์ทางการของ Brother
  6. ปิดแอปพลิเคชัน เปิดตัวติดตั้ง และทำตามคำแนะนำโดยไม่แก้ตัวเลือกขั้นสูงที่ไม่เข้าใจ
  7. เริ่มคอมพิวเตอร์ใหม่หากตัวติดตั้งร้องขอ

วิธีตรวจสอบผล

พิมพ์หน้าทดสอบและตรวจสอบตัวเลือกที่จำเป็น เช่น ขนาดกระดาษหรือการพิมพ์สองหน้า หากชื่อรุ่นใน Windows เปลี่ยนเป็นรุ่นที่ใกล้เคียงแต่ไม่ตรงกัน ให้ถอนแพ็กเกจนั้นและเลือกไดรเวอร์สำหรับรุ่นจริงอีกครั้ง

หากแตกไฟล์แพ็กเกจไว้แล้วแต่ตัวติดตั้งอัตโนมัติไม่ทำงาน ให้ติดตั้งจากโฟลเดอร์ผ่าน Device Manager

วิธีที่ 3: อัปเดตผ่าน Device Manager

ควรใช้เมื่อใด

ใช้เมื่อระบบมองเห็นเครื่องพิมพ์แต่มีเครื่องหมายเตือน หรือเมื่อมีแพ็กเกจทางการที่แตกไฟล์ไว้แล้ว Device Manager ช่วยระบุโฟลเดอร์ไดรเวอร์ในเครื่องได้ แต่การค้นหาอัตโนมัติไม่ได้รับประกันว่าจะพบรุ่นล่าสุด

  1. คลิกขวาที่ปุ่ม เริ่ม แล้วเปิด Device Manager
  2. ขยายหมวด เครื่องพิมพ์ หรือ คิวการพิมพ์
  3. คลิกขวาที่เครื่องพิมพ์ แล้วเลือก อัปเดตไดรเวอร์
  4. เลือกค้นหาโดยอัตโนมัติ หรือค้นหาไดรเวอร์ในคอมพิวเตอร์
  5. หากติดตั้งด้วยตนเอง ให้เลือกโฟลเดอร์แพ็กเกจทางการที่แตกไฟล์ไว้
  6. เริ่ม Windows ใหม่เมื่อระบบร้องขอ

วิธีตรวจสอบผล

เปิด คุณสมบัติ → ไดรเวอร์ แล้วตรวจสอบผู้ให้บริการ วันที่ และเวอร์ชัน จากนั้นพิมพ์หน้าทดสอบทั้งจากคุณสมบัติเครื่องพิมพ์และแอปที่เคยมีปัญหา การทดสอบสองจุดนี้ช่วยแยกปัญหาไดรเวอร์ออกจากข้อผิดพลาดเฉพาะแอปได้

หากเครื่องหยุดพิมพ์ทันทีหลังอัปเดต อย่าติดตั้งแพ็กเกจสุ่ม เปิดแท็บ ไดรเวอร์ แล้วเลือก ย้อนกลับ หากปุ่มพร้อมใช้งาน จากนั้นทดสอบการพิมพ์อีกครั้ง

วิธีที่ 4: ใช้ Fionn Printer Driver เป็นตัวช่วย

ควรใช้เมื่อใด

ตัวช่วยแบบเลือกใช้นี้เหมาะเมื่อไม่ทราบรุ่นที่แน่นอน ต้องการค้นหาไดรเวอร์ที่มีให้อัปเดต หรือต้องการตรวจสอบไดรเวอร์ อุปกรณ์ คิวพิมพ์ พอร์ต และบริการการพิมพ์ใน Windows พร้อมกัน ตามฐานความรู้ที่ให้มา โปรแกรมรองรับการระบุเครื่องพิมพ์แบรนด์และรุ่นที่ใช้กันทั่วไปส่วนใหญ่ พร้อมการจับคู่อัตโนมัติและการเลือกด้วยตนเอง

  1. เปิด Fionn Printer Driver แล้วเลือก “สแกนตอนนี้” เพื่อตรวจหาไดรเวอร์เครื่องพิมพ์และปัญหาที่เกี่ยวข้องเปิด Fionn Printer Driver แล้วเลือกสแกนตอนนี้เพื่อตรวจสอบไดรเวอร์และปัญหาเครื่องพิมพ์
  2. รอให้ Fionn Printer Driver ตรวจสอบเครื่องพิมพ์ ไดรเวอร์ และปัญหาการพิมพ์ที่พบบ่อยFionn Printer Driver กำลังสแกนเครื่องพิมพ์ ไดรเวอร์ และปัญหาการพิมพ์ในระบบ
  3. เมื่อสแกนเสร็จ เลือก “แก้ไขในคลิกเดียว” เพื่อติดตั้งหรือซ่อมแซมไดรเวอร์ที่จำเป็นเลือกแก้ไขในคลิกเดียวเพื่อติดตั้งหรือซ่อมแซมไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ที่จำเป็น
  4. รอให้การซ่อมแซมเสร็จ แล้วตรวจสอบหน้าผลลัพธ์ว่ากระบวนการดำเนินการสำเร็จหน้าผลลัพธ์หลัง Fionn Printer Driver ดำเนินการแก้ไขปัญหาเครื่องพิมพ์เสร็จสิ้น

วิธีตรวจสอบผล

สแกนซ้ำ แล้วพิมพ์หน้าทดสอบ หากโปรแกรมไม่พบรายการที่ตรงกัน ให้ป้อนแบรนด์และรุ่นด้วยตนเอง หรือกลับไปดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ทางการของผู้ผลิต ผลการสแกนไม่สามารถใช้แทนการทดสอบพิมพ์จริงได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยระหว่างการอัปเดต

  • เลือกไดรเวอร์จากชื่อรุ่นที่คล้ายกัน: รุ่นที่ชื่อใกล้เคียงกันอาจใช้แพ็กเกจและชุดคุณสมบัติต่างกัน
  • ดาวน์โหลดจากเว็บรวมไฟล์หรือเว็บสำรอง: ไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาและความใหม่ของไฟล์ได้
  • เข้าใจว่าสถานะออฟไลน์เป็นปัญหาไดรเวอร์เสมอ: ควรตรวจสาย เครือข่าย ไฟเลี้ยง พอร์ต และเครื่องพิมพ์ที่เลือกก่อน
  • ดูเฉพาะเลขเวอร์ชันโดยไม่ทดสอบพิมพ์: ไดรเวอร์อาจเปลี่ยนแล้ว แต่คิวหรือบางแอปยังทำงานผิดปกติ
  • ลบไดรเวอร์เดิมทันที: หากปัญหาเริ่มหลังอัปเดต การย้อนกลับมักควบคุมความเสี่ยงได้ดีกว่าการลองแพ็กเกจอื่นแบบสุ่ม

สรุป

ลำดับที่แนะนำคือ ตรวจ Windows Update ก่อน แล้วจึงติดตั้งแพ็กเกจสำหรับรุ่นที่ตรงกันจากเว็บไซต์ทางการของผู้ผลิต ใช้ Device Manager เมื่อต้องติดตั้งแพ็กเกจในเครื่องหรืออุปกรณ์แสดงข้อผิดพลาด ส่วน Fionn Printer Driver เป็นทางเลือกเสริมเมื่อระบุรุ่นได้ยากหรือต้องการตรวจสอบระบบการพิมพ์หลายจุด ผลลัพธ์สุดท้ายต้องยืนยันด้วยหน้าทดสอบและการพิมพ์จากแอปที่เคยมีปัญหา หากยังพิมพ์ไม่ได้ทั้งที่ไดรเวอร์เป็นปัจจุบัน ให้ตรวจการเชื่อมต่อ คิว พอร์ต สถานะอุปกรณ์ และบริการการพิมพ์ หรือติดต่อฝ่ายสนับสนุนของผู้ผลิต

คำถามที่พบบ่อย

จำเป็นต้องอัปเดตไดรเวอร์เมื่อเครื่องพิมพ์ทำงานปกติหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องติดตั้งทุกแพ็กเกจด้วยตนเอง สำหรับการดูแลทั่วไปสามารถใช้ Windows Update ได้ ควรอัปเดตแบบเฉพาะเจาะจงเมื่อมีปัญหาความเข้ากันได้ ต้องการคุณสมบัติใหม่ หรือผู้ผลิตแนะนำสำหรับรุ่นนั้นโดยตรง

เหตุใด Windows จึงแจ้งว่าติดตั้งไดรเวอร์ที่ดีที่สุดแล้ว

ข้อความนี้หมายถึง Windows ไม่พบแพ็กเกจที่เหมาะสมกว่าจากแหล่งข้อมูลที่ระบบเข้าถึงได้ ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุดของผู้ผลิต ควรเปรียบเทียบเวอร์ชันกับหน้าสนับสนุนทางการของรุ่นที่ตรงกัน

ควรทำอย่างไรหากเครื่องพิมพ์หยุดทำงานหลังอัปเดต

เริ่มเครื่องพิมพ์และคอมพิวเตอร์ใหม่ แล้วพิมพ์หน้าทดสอบ หากปัญหาเริ่มทันทีหลังอัปเดต ให้เปิดคุณสมบัติอุปกรณ์และย้อนกลับไดรเวอร์เมื่อปุ่มพร้อมใช้งาน หลังย้อนกลับแล้วไม่ควรติดตั้งแพ็กเกจเดิมซ้ำจนกว่าจะตรวจสอบสาเหตุได้

การอัปเดตแก้สถานะเครื่องพิมพ์ออฟไลน์ได้หรือไม่

แก้ได้เฉพาะเมื่อสาเหตุคือไดรเวอร์เสียหายหรือไม่เข้ากัน สถานะออฟไลน์อาจเกิดจากสาย USB หลุด อยู่คนละเครือข่าย เลือกพอร์ตผิด คิวถูกหยุด หรือเลือกอุปกรณ์เริ่มต้นไม่ถูกต้อง

ติดตั้งไดรเวอร์ Windows 10 บน Windows 11 ได้หรือไม่

ควรทำเฉพาะเมื่อผู้ผลิตยืนยันความเข้ากันได้อย่างชัดเจน สถาปัตยกรรมที่ตรงกันเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ เพราะรูปแบบไดรเวอร์และส่วนประกอบของตัวติดตั้งอาจต่างกัน ให้ค้นหาแพ็กเกจสำหรับ Windows 11 ก่อน และปฏิบัติตามเอกสารของผู้ผลิตหากไม่มีแพ็กเกจดังกล่าว